Loading...

บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หูดชนิดเเบนรักษาอย่างไร


หูดชนิดเเบนรักษาอย่างไร

หูด (Wart)

หูด เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส “ปาโปวา” (papova virus) ลักษณะหูดนี้จะเป็นเม็ดตุ่มนูนแข็ง มีรากอยู่ข้างใต้หูด มีขนาดแตกต่างกันไป แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ


หูดธรรมดา (common wart)
ลักษณะของหูดชนิดนี้ จะเป็นตุ่มเม็ดนูนแข็ง ผิวค่อนข้างขรุขระ อาจมีเม็ดเดียว หรือ หลายเม็ดก็ได้
ตำแหน่งที่พบ ที่พบบ่อย คือ บริเวณแขน ขา มือ และเท้า
หูดชนิดแบน (plane wart) ลักษณะของหูดชนิดนี้จะเป็นเม็ดเล็กแข็ง แต่ผิวเรียบ ซึ่งต่างจากหูดธรรมดา เพราะว่า หูดธรรมดา จะมีผิวขรุขระกว่า
ตำแหน่งที่พบ ตำแหน่งที่พบบ่อยได้แก่ หลังมือ หน้าแข็ง หน้าผาก
หูดฝ่าเท้า (plantar wart)
ลักษณะเป็นไต แผ่นหนาแข็ง เป็นปื้นใหญ่ ขนาดใหญ่กว่าหูดธรรมดา
ตำแหน่งที่พบ พบที่บริเวณฝ่าเท้า ข้างใต้ฝ่าเท้า
ใครกันบ้างที่เป็นหูด ?
หูดพบได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากนี้หูดมักจะพบในผู้ที่มี ความต้านทานต่ำหรือไม่ค่อยสบาย มีการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย
หูดมีอาการอย่างไร ?
หูดทำให้มีอาการเจ็บได้แต่ไม่คัน ส่วนใหญ่ที่เจ็บมากคือ หูดที่ฝ่าเท้า เพราะเมื่อคุณเดินไปเดินมา จะไปกดทับหูดโดยตรง ทำให้เจ็บได้
หูดติดต่อกันอย่างไร
วิธีการติดต่อของหูดทั้ง 3 ชนิด คือ ติดต่อทางการสัมผัสเชื้อโดยตรง (direct contact) เช่น ถ้าคุณผู้อ่านมีรอยถลอก หรือมีแผล ตามมือ เท้า แขน แล้วอยู่ดี ๆ ก็ไปสัมผัสกับคนที่เป็นหูดนี้ โดยที่ตัวคุณไปสัมผัสเข้ากับเจ้าตุ่มเม็ดหูดนี้โดยตรงเลย เชื้อไวรัสหูดนี้ ก็จะสามารถแพร่กระจาย มาที่ตัวคุณผู้อ่านได้ เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่แล้ว คนที่เป็นหูด ระยะแรกจะมีเม็ดเดียว ต่อมาเกิดรำคาญหงุดหงิดใจ ก็เลยลองแกะดูเล่น ๆ หรือพยายามใช้กรรไกรตัดเล็บตัดออก แกะไปแกะมา จะทำให้เกิดการแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัสหูดนี้ได้ ดังนั้นช่วงแรก อาจเป็นหูด 1 เม็ด ต่อมาไม่นาน กลายเป็นหูดถึง 10-20 เม็ดเชียวนะคะ อย่าทำเป็นเล่นไป
วิธีการรักษาหูด
ทายา ถ้าเป็นหูดเม็ดเล็ก ๆ หรือเป็นไม่มากนัก หรือหูดในเด็ก ๆ ใช้ยาทา เช่น ยาก ลุ่มกรดซาลิซิลิก ความเข้มข้น 20-40 เปอร์เซ็นต์ (20-40% SA ointment) ยาน้ำคอลโลแมค ดูโอฟิล์ม เป็นต้น การทายานี้ ได้ผลพอใช้ อาจต้องใช้ระยะเวลานาน ขึ้นอยู่กับขนาดของหูด
จี้ด้วยไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าจี้ที่ตัวหูด จะได้ผลดี ถ้าจี้ออกหมด
จี้ด้วยเลเซอร์ ใช้แสงเลเซอร์จี้ที่ตัวหูด ได้ผลดีเช่นกัน แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการจี้ด้วย ไฟฟ้า
ผ่าตัดออก คือการผ่าตัดเอาตัวก้อนหูดนี้ออกไปเลย แต่ไม่ค่อยนิยมทำกัน
ปัญหาของการรักษา
คือ หูด มักจะกลับมาเป็นซ้ำได้ใหม่อีก ที่บริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งเดิม
หูดข้าวสุก (Molluscum contagiosum)
หูดข้าวสุก เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งแตกต่างจากหูดทั่วไป หูดข้าวสุก เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อว่า “พอกซ์” (pox virus) ลักษณะเป็นตุ่มแข็งสีขาวขนาดเล็ก ตรงกลางมีรอยบุ๋มเล็กน้อย ถ้าลองสะกิดตุ่มสีขาวนี้ออก แล้วเอามือบีบดู จะพบเนื้อหูดสีขาว คล้ายเม็ดข้าวสุก
ตำแหน่งที่พบ
ในวัยเด็ก จะพบตุ่มนี้ ที่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา ติดต่อได้ง่ายมากทางการสัมผัสโดยตรง (direct contact) ในผู้ใหญ่ มักจะพบตุ่มนี้บริเวณอวัยวะเพศ จึงมักจะติดต่อกันได้ทาง เพศสัมพันธ์
อาการ
ของหูดข้าวสุกมักจะไม่ค่อยมีอาการคันหรือเจ็บ
วิธีการรักษา
ใช้เข็มสะกิดตุ่มนี้ แล้วบีบออก
ใช้กรดไตรคลออะเซติก ความเข้มข้น 30-50 % หรือฟีนอล ความเข้มข้น 1% แต้ม ทาตุ่มนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น